บริการรับซ่อมเครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน Centrifuge ครบวงจร

ตรวจเช็คอาการเสีย ประเมินราคา ให้คำแนะนำการใช้งาน จำหน่ายอะไหล่ ดัดแปลงแก้ไขระบบเป็นระบบดิจิตอล

รับซ่อม Centrifuge ยี่ห้อ Beckman Coulter, Thermo Scientific, KUBOTA, NUVE, Hettich, Daihan

โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์กว่า 10 ปี

แจ้งซ่อมด่วน

⚠️ 5 อาการเสียเครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน ที่พบบ่อยที่สุด

  • 1. เครื่องสั่นสะเทือนรุนแรง หรือมีเสียงดังผิดปกติ:ส่วนใหญ่เกิดจากการวางหลอดทดลองไม่สมดุล (Imbalance) ทำให้น้ำหนักฝั่งตรงข้ามไม่เท่ากัน หรือเกิดจาก "ยางรองฐานมอเตอร์ (Motor Mounts)" เสื่อมสภาพ แตก หรือทรุดตัวจากการใช้งานมานาน นอกจากนี้อาจเกิดจากแกนมอเตอร์คดงอหรือลูกปืนมอเตอร์ (Bearings) แตก
  • 2. ฝาเครื่องล็อก ถอดปลั๊กก็เปิดไม่ได้:เครื่องปั่นเหวี่ยงทุกรุ่นจะมีระบบความปลอดภัย (Safety Lid Lock) เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้เปิดฝาขณะที่หัวปั่นยังหมุนอยู่ แต่อาการฝาค้างมักเกิดจาก โซลินอยด์ล็อกฝา (Solenoid Switch) เสียหาย, สปริงกลไกขัดตัว หรือบอร์ดควบคุมส่งสัญญาณผิดพลาด
  • 3. มอเตอร์ไม่หมุน หน้าจอฟ้อง Error Code หรือบอร์ดช็อต:หน้าจอขึ้นโค้ดผิดปกติ (เช่น Error Motor, E-01) หรือเครื่องเงียบสนิทไฟไม่เข้า มักเกิดจากระบบไฟฟ้าในแล็บแกว่ง (ไฟตก ไฟเกิน) ทำให้ ฟิวส์ขาด หรือ บอร์ดควบคุม (Mainboard) ช็อตไหม้ นอกจากนี้แปลงถ่านมอเตอร์หมด (สำหรับเครื่องรุ่นเก่า) หรือตัวเซ็นเซอร์ตรวจจับความเร็ว (Tachometer) สกปรกก็ทำให้มอเตอร์ไม่หมุนได้เช่นกัน
  • 4. เครื่องปั่นแบบทำความเย็น แต่อุณหภูมิไม่ลด / ไม่เย็น:สำหรับเครื่องปั่นเหวี่ยงรุ่นควบคุมอุณหภูมิ (Refrigerated Centrifuge เช่น รุ่นลงท้ายด้วย R) อาการไม่เย็นมักเกิดจาก คอมเพรสเซอร์ (Compressor) เสื่อมสภาพ, น้ำยารั่วซึม หรือแผงคอยล์ร้อนสกปรกมีฝุ่นอุดตันหนาแน่น ทำให้ไม่สามารถระบายความร้อนได้
  • 5. ตั้งค่าเวลาหรือความเร็วรอบแล้วเพี้ยน ไม่ตรงตามจริง:ความเร็วรอบหมุนช้ากว่าที่ตั้งไว้ หรือเวลาตัดเร็วเกินไป เกิดจากความเสื่อมสภาพของเซ็นเซอร์นับรอบ (Speed Sensor) หรือตัวต้านทานปรับค่าบนบอร์ดควบคุมเริ่มเสื่อมสภาพ ส่งผลให้การประมวลผลข้อมูลผิดเพี้ยน

แอดไลน์แจ้งซ่อมด่วน (ID: vich.sci)

🛠️ 5 ขั้นตอนการตรวจเช็คและรับซ่อมเครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน

  • 1
    แจ้งอาการและยี่ห้อ:

    ถ่ายรูปตัวเครื่อง ป้าย Nameplate พร้อมระบุอาการเสียเบื้องต้นส่งให้ทีมงานทาง Line หรือ Email

  • 2
    ประเมินราคาด่วน:

    ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบข้อมูล และทำใบเสนอราคาประเมินค่าใช้จ่ายให้พิจารณาทันที ในบางกรณีต้องเข้าตรวจเช็คเครื่องหน้างาน

  • 3
    เข้าซ่อมและดัดแปลง:

    ดำเนินการซ่อมแซมหน้างานหรือนำกลับมาซ่อมที่ออฟฟิศตามความเหมาะสม เปลี่ยนอะไหล่แท้ตรงรุ่น หรือโมดิฟายระบบตามที่ตกลงอย่างมืออาชีพ

  • 4
    ทดสอบระบบและส่งมอบ:

    ทำการ Calibrate วัดค่าอุณหภูมิและแรงดันจริงก่อนส่งมอบเครื่อง พร้อมการรับประกันงานซ่อม

  • 5
    ข้อมูลการบริการและการรับประกัน:

    รับประกันงานซ่อมและอะไหล่ 6 เดือน บริการตรวจเช็คและซ่อมหน้างานทั่วประเทศ ไม่มีค่าบริการตรวจเช็คอาการเสียหรือค่าเดินทางเพื่อตรวจเช็คอาการเสีย

ส่วนหนึ่งของผลงานการซ่อมเครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน Centrifuge

💡 บทความและสาระน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน Centrifuge

เคล็ดลับการดูแลรักษา วิธีใช้งานอย่างถูกต้อง และสาระน่ารู้จากทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ

สาระความรู้

หลักการทำงานของเครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน Centrifuge

หากเราตั้งทิ้งของเหลวที่มีสารแขวนลอยปะปนอยู่ไว้เฉยๆ สารเหล่านั้นจะค่อยๆ ตกตะกอนลงสู่ก้นภาชนะตามธรรมชาติเนื่องจาก "แรงโน้มถ่วงของโลก" (Sedimentation by Gravity) แต่กระบวนการนี้อาจต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงหรือเป็นวัน และสารบางชนิดที่มีขนาดเล็กมากก็อาจไม่ยอมตกตะกอนเลยเครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอนจึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยอาศัยหลักฟิสิกส์เร่งความเร็วในการตกตะกอน ผ่าน 3 กลไกสำคัญ:

อ่านเพิ่มเติม →

1. การเปลี่ยนการเคลื่อนที่เป็นวงกลม:เมื่อใส่หลอดสารตัวอย่างลงในหัวปั่น (Rotor) และเปิดเครื่อง มอเตอร์จะพาหัวปั่นหมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูงมาก (ความเร็วรอบนับเป็น RPM: Revolutions Per Minute)

2. การสร้างแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางสัมพัทธ์ (RCF):การหมุนด้วยความเร็วสูงนี้จะจำลอง "แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง" (Centrifugal Force) มหาศาล ซึ่งแรงนี้มีความแรงมากกว่าแรงโน้มถ่วงของโลกหลายร้อยเท่าไปจนถึงหลายหมื่นเท่า (ขึ้นอยู่กับความเร็วรอบและรัศมีของหัวปั่น) แรงนี้เรียกเป็นทางการว่า RCF (Relative Centrifugal Force) หรือค่า g-force

3. การคัดแยกตามความหนาแน่น (Density):แรงเหวี่ยงมหาศาลจะกระทำต่อสารทุกชนิดในหลอดทดลอง สารหรืออนุภาคที่มี "ความหนาแน่นมากกว่า" หรือน้ำหนักมากกว่า (เช่น เซลล์เม็ดเลือด, ตัวอย่างเนื้อเยื่อ, ตะกอนเคมี) จะถูกแรงเหวี่ยงผลักให้เคลื่อนที่ออกห่างจากจุดศูนย์กลาง และตกลงไปอัดแน่นอยู่บริเวณ "ก้นหลอด" กลายเป็นตะกอน (Pellet) ในขณะที่สารที่มี "ความหนาแน่นน้อยกว่า" (เช่น พลาสมา, สารละลายใส) จะลอยอยู่ส่วนบน กลายเป็นส่วนน้ำใส (Supernatant)

เคล็ดลับ

ขั้นตอนการใช้งานอย่างถูกต้องและปลอดภัย

เครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน (Centrifuge) เป็นเครื่องมือที่ทำงานด้วยระบบมอเตอร์ความเร็วสูงหลายพันรอบต่อนาที (RPM) ซึ่งทำให้เกิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางมหาศาล หากใช้งานไม่ถูกวิธีหรือละเลยระบบความปลอดภัยเพียงเล็กน้อย อาจทำให้เครื่องพังเสียหาย ยางรองฉีกขาด แกนมอเตอร์คด หรือร้ายแรงที่สุดคือหัวปั่น (Rotor) หลุดกระเด็นสร้างความเสียหายแก่ผู้ปฏิบัติงานได้

อ่านเพิ่มเติม →

1. ตรวจเช็คสภาพหลอดทดลอง:หลอดที่นำมาใช้ปั่นตกตะกอนต้องเป็นหลอดเฉพาะทางที่ทนแรงเหวี่ยงได้สูง (Centrifuge Tubes) ต้องไม่มีรอยร้าว รอยบิ่น และต้องปิดฝาหลอดให้สนิททุกครั้ง เพื่อป้องกันสารเคมีหรือสิ่งส่งตรวจกระเด็นออกมาปนเปื้อนภายในตู้ปั่น

2. การบาลานซ์น้ำหนักหลอด:ชั่งน้ำหนักหลอดคู่ตรงข้าม: สารตัวอย่างที่จะนำมาปั่นคู่กัน ต้องนำมาใส่หลอดที่มีขนาดและแบรนด์เดียวกัน จากนั้นนำไปชั่งน้ำหนักด้วยตาชั่งดิจิตอลให้อ่านค่าได้เท่ากัน (หากสารตัวอย่างมีหลอดเดียว ให้ใช้หลอดอีกใบใส่น้ำเปล่าในปริมาณที่เท่ากันเพื่อทำ Balance หลอด)

3. ขั้นตอนการเดินเครื่องและการสังเกต:ปิดฝาเครื่องด้านบนให้เข้าล็อกแน่นหนา ตั้งค่าความเร็วรอบ (RPM หรือ RCF) และระยะเวลา (Time) ให้ตรงตามคู่มือการทดลอง สำหรับเครื่องแบบทำความเย็น ให้เช็คว่าตั้งอุณหภูมิถูกต้องแล้ว กดปุ่ม Start และเฝ้าสังเกต ในช่วง 1-2 นาทีแรกที่เครื่องกำลังเร่งความเร็วรอบ หากเครื่องเริ่มสั่นสะเทือนรุนแรง เดินกระตุก หรือมีเสียงกระแทกดังผิดปกติ ให้กดปุ่ม Stop ทันที

4. การนำสารออกและการปิดระบบ:รอจนหัวปั่นหยุดนิ่งสนิทเมื่อเครื่องทำงานครบเวลา ระบบจะเริ่มลดความเร็วรอบลง (Deceleration) ให้รอจนหน้าจอแสดงความเร็วเป็น 0 หรือมีสัญญาณเสียงแจ้งเตือน และระบบล็อกฝาคลายตัว จึงจะเปิดฝาเครื่องได้

ประเภทของเครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน (Centrifuge)

ประเภทของ Centrifuge ที่นิยมใช้ในห้องแล็บ

ลักษณะการทดลองที่แตกต่างกัน จำเป็นต้องเลือกใช้ประเภทเครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอนให้เหมาะสม:

อ่านเพิ่มเติม →

1. เครื่องปั่นเหวี่ยงขนาดเล็ก (Microcentrifuge):เป็นเครื่องขนาดเล็กตั้งโต๊ะ ออกแบบมาเพื่อใช้กับหลอดทดลองขนาดจิ๋ว เช่น หลอด Eppendorf (ขนาด 0.2 ml ถึง 2.0 ml) แต่สามารถทำความเร็วรอบได้สูงมาก (มักอยู่ในช่วง 10,000 ถึง 15,000+ RPM)

2. เครื่องปั่นเหวี่ยงทั่วไป / เครื่องปั่นเหวี่ยงทางคลินิก:เป็นเครื่องตั้งโต๊ะขนาดกลาง ทำความเร็วรอบได้ไม่สูงมากนัก (ส่วนใหญ่ไม่เกิน 4,000 ถึง 6,000 RPM) เน้นรองรับหลอดทดลองมาตรฐานทั่วไป (ขนาด 5 ml, 10 ml, 15 ml ไปจนถึง 50 ml)

3. เครื่องปั่นเหวี่ยงแบบควบคุมอุณหภูมิ / ทำความเย็น:มีระบบคอมเพรสเซอร์ทำความเย็นติดตั้งมาในตัว สามารถควบคุมและรักษาอุณหภูมิภายในช่องปั่นให้อยู่ในระดับต่ำและคงที่ได้ (มักตั้งค่าได้ตั้งแต่ -10°C ถึง +40°C) มีทั้งขนาดตั้งโต๊ะและตั้งพื้นความจุสูง (มีสัญลักษณ์ตัว "R" ต่อท้ายชื่อรุ่น เช่น NF 400R หรือ MIKRO 200 R)

4. เครื่องปั่นเหวี่ยงหาค่าความเข้มข้นเม็ดเลือดแดง:เป็นเครื่องปั่นเฉพาะทางที่มาพร้อมกับหัวปั่นแผ่นจานกลม ออกแบบมาให้ใส่หลอดแก้วคาพิลลารีขนาดจิ๋ว (Capillary Tubes) ได้ครั้งละประมาณ 24 หลอด ทำความเร็วรอบได้สูงประมาณ 11,000 ถึง 13,000 RPM

5. เครื่องปั่นเหวี่ยงความเร็วรอบสูงจัด:เป็นเครื่องระดับ Hi-End ขนาดใหญ่ (มักเป็นแบบตั้งพื้น) ทำความเร็วรอบได้มหาศาล ตั้งแต่ 60,000 ไปจนถึง 150,000 RPM สร้างแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง (g-force) ได้นับแสนเท่า ตัวเครื่องต้องทำงานภายใต้ระบบสุญญากาศเพื่อลดแรงเสียดทานและเคลือบระบบกันสะเทือนขั้นสูง